ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้คุณจะเป็นผู้นำที่ขยันมากสักแค่ไหน แต่การมีลูกทีมที่ขี้เกียจ บางครั้งก็เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้ก้าวไปข้างหน้าได้เช่นกัน และในทุกๆ องค์กร ทุกๆ ทีมบนโลกใบนี้ ก็มักจะมีคนที่ขี้เกียจอยู่เสมอ ซึ่งหากคุณปล่อยไว้ ปัญหาคนขี้เกียจนี้อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อันเป็นประเด็นอ่อนไหวในทีมได้ ดังนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องจัดการกันปัญหาเหล่านั้นตั้งแต่แรก บทความนี้ The Big Blue จะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ 10 วิธี รับมือกับลูกทีมที่ขี้เกียจ
เข้าหาลูกทีมอย่างมืออาชีพ
อย่าด่วนตัดสินและสรุปทุกอย่างเองในทันที ก่อนอื่นเลยคุณควรจะนัดคุยกับลูกทีมคนนั้นตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น และถามอย่างจริงใจ ด้วยความเข้าอกเข้าใจ พยายามทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกทีมถึงขี้เกียจ
จากนั้นคุณถึงจะค่อยแก้ปัญหาให้ชัดเจน และอธิบายว่าการที่ลูกทีมขี้เกียจนั้นส่งผลกับประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของทีมอย่างไร ประเด็นสำคัญเลยคือต้องทำให้ลูกทีมคนนั้นรู้ว่าการกระทำของตนเองนั้นจะส่งผลอย่างไร
ช่วยให้ลูกทีมมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจน
การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนนั้นเป็นส่วนหนึ่งในเกือบทุกกลยุทธ์ เพราะมันเป็นเครื่องมือที่สร้างแรงกระตุ้น สร้างแรงผลักดันให้แก่ลูกทีม ซึ่งเป้าหมายนี้เองก็จะช่วยให้ลูกทีมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และมีแรงกระตุ้นสูงขึ้นจากเป้าหมายที่ท้าทายแต่ก็ไม่ใช่เป้าหมายที่เกินเอื้อมเสียทีเดียว
ทบทวนหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละคน
หนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้ลูกทีมรู้สึกขี้เกียจหรือเบื่อหน่าย ก็คือการที่ไม่มีหน้าที่ หรืองานที่ต้องทำอย่างเพียงพอ ก็เลยทำงานไปวันๆ
การทบทวนหน้าที่ความรับผิดชอบ และเพิ่มหน้าที่ให้ ก็จะช่วยกระตุ้นแรงจูงใจและประสิทธิภาพในการทำงานของลูกทีมให้ดียิ่งขึ้น เพราะเขาจะรู้สึกว่าตัวเองมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ
จัดหาเครื่องมือเพื่อให้ลูกทีมบรรลุเป้าหมาย
สำหรับลูกทีมบางคนที่อาจจะขี้เกียจเพราะไม่มีทรัพยากรในการทำงานที่เพียงพอ บางที่สิ่งที่ช่วยสร้างแรงกระตุ้นได้อาจจะเป็นการมีความรู้ที่มากขึ้น มีการเทรนนิ่งเยอะขึ้น มีอุปกรณ์การทำงานที่ดีขึ้น
อย่างเช่นคอร์สฝึกภาษา การอบรมเกี่ยวกับการบริหารจัดงานเวลา การแพลนงาน หรือมีซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ที่เข้ามาช่วยบริหารจัดการเวลาทำงานไม่ให้สูญเปล่า
ลองพูดเรื่อง Incentive และโอกาสเติบโตในสายงาน
เมื่อมีเป้าหมายชัดแล้ว การให้ Incentive ที่เป็นตัวเงิน ก็เป็นหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจชั้นดีเลยก็ว่าได้ เพราะบางทีสาเหตุของความขี้เกียจก็อาจจะมาจากตัวงานเสียเอง
ลูกทีมบางคนอาจจะรู้สึกไม่มีแรงกระตุ้นมากพอเพราะทำงานซ้ำๆ เดิมๆ ทุกวัน อย่างหนึ่งที่อาจจะนำมาใช้เป็นแรงกระตุ้นได้ก็คือโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน ซึ่งก็จะทำให้ลูกทีมมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น
มี Session สำหรับให้ฟีดแบคกันเป็นอย่างสม่ำเสมอ
การให้ฟีดแบคอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับลูกทีมที่ขี้เกียจและเริ่มตระหนักว่าตัวเองอาจจะโดนเรียกไปคุย
โดยอาจจะจัดให้มีการให้ฟีดแบคทุกๆ 2 สัปดาห์ และแนะนำว่าควรเป็นการให้ฟีดแบคแบบตัวต่อตัว คุณต้องแสดงความสนใจในเรื่องที่พูดคุยให้มากๆ และอย่าลืมที่จะให้ลูกทีมฟีดแบคคุณเช่นเดียวกัน
พยายามเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมขี้เกียจ
คุณต้องถามลูกทีมด้วยความเข้าอกเข้าใจ เพื่อให้รู้ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้ลูกทีมมีประสิทธิภาพในการทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน เนื่องจากบางทีลูกทีมแค่มีภาวะขี้เกียจชั่วคราวเนื่องจากปัญหาบางอย่าง ถ้าคุณรู้ปัญหานั้นแล้วช่วยจัดการให้ได้ก็จะทำให้ลูกทีมทำงานได้ดียิ่งขึ้น
รักษาทัศนคติต่อการทำงานที่ดีให้แก่ทีม
ส่งเสริมให้มีการหยุดพักเพื่อออกกำลังบ้าง และมีการจัดหาขนม เครื่องดื่ม หรืออะไรที่พนักงานต้องการก็อาจจะทำให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลาย หรืออาจจะเป็นเก้าอี้ดีๆ สักตัวที่ทำให้ทำงานได้สบายขึ้น
ใช้การเทรนนิ่งเป็นแรงจูงใจ
ให้ให้โอกาสพนักงานเติบโตภายในองค์กร ผ่านรูปแบบของการเทรนนิ่งและทำเวิร์คช็อป เพราะบางครั้งที่ลูกทีมขี้เกียจอาจเกิดจากความรู้สึกเคว้ง หลงทาง ไม่รู้จะรู้ต้นจากตรงไหนก็เป็นได้
ปล่อยให้ลูกทีมรับผลจากการกระทำของตัวเอง
สุดท้าย คุณต้องทำให้ลูกทีมที่ขี้เกียจมองเห็นผลจากการกระทำของตัวเองด้วยบทลงโทษบางอย่างบ้าง ถึงแม้วิธีนี้อาจจะไม่ควรใช้บ่อย แต่บางครั้งมันก็ได้ผลดีเหมือนกัน